แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรขนมหวาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สูตรขนมหวาน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วิธีทำขนมกระยาสารท (Kanom Gra-Ya-Sart)


ส่วนผสม
• น้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วยตวง
• หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
• แบะแซ 1 ช้อนโต๊ะ
• ข้าวเม่าราง 1 1/2 ถ้วยตวง
• ข้าวตอกคั่วกรอบ 1 1/2 ถ้วยตวง
• งาขาวหรือดำคั่ว 1 1/2 ถ้วยตวง
• ถั่วลิสงคั่ว 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำ ขนมกระยาสารท
1.เคี่ยวน้ำตาลกับหัวกะทิด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อนจนเป็นยางมะตูม ใส่แบะเซ คนให้เข้ากัน ยกลงพักไว้
2.ผสมของที่คั่วทั้งหมดคนให้เข้ากันดี ใส่ลงในน้ำตาลที่เครี่ยวไว้คนให้เข้ากัน
3.ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร หรือจะเทใส่ถาดเกลี่ยให้แบน เย็นแล้วตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมก็ได้

หมายเหตุ : แบะแซเป็นวัตถุดิบชนิดหนึ่งมีลักษณะเหนียว สามารถใส่ได้ในขนม ที่ต้องการความเหนียว ถ้าต้องการให้เหนียวมากก็ใส่มาก ถ้าต้องการเหนียวน้อยก็ใส่น้อย ถ้าใส่มากเวลาเคี้ยวจะติดฟัน

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วิธีทำขนมถั่วแปบ (Kanom Tua Pab)


ส่วนผสม
• แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
• น้ำลอยดอกมะลิหรือน้ำใบเตยข้น 1/2 ถ้วยตวง
• เนื้อมะพร้าวขูด 1 ถ้วยตวง
• ถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุก 2 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
• งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
• สีผสมอาหาร (สีตามความชอบ)
• เกลือป่น

วิธีทำ ขนมถั่วแปบ
1.เตรียมทำไส้ถั่วโดย นำถั่วเขียวเลาะเปลือกไปแช่ด้วยน้ำร้อนประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก พักทิ้งไว้ (แบ่งถั่วนึ่งออกเป็น สองส่วน ส่วนที่หนึ่งใช้ใส่ไส้ และส่วนที่สอง ใช้คลุกกับขนมที่ห่อไส้แล้ว)
2.นำมะพร้าวขูดไปผสมกับเกลือป่นเล็กน้อย และนำไปนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 3 - 5 นาทีให้นุ่มจึงปิดไฟ พักไว้
3.นำแป้งข้าวเหนียวไปนวดกับน้ำลอยดอกมะลิ (หรือน้ำใบเตย)จนเนื้อเนียนเข้ากันทั่ว แบ่งเป็นสัดส่วนตามจำนวนสีที่ต้องการ จากนั้นจึง ใส่สีผสมอาหารลงไป (ควรใช้โทนอ่อนจะน่ารับประทานมากกว่าสีเข้ม ) แล้วจึงนวดอีกครั้งจนสีกับแป้งเข้ากันดี แบ่งปั้นเป็นก้อนกลม (เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว) แล้วกดให้แบน ระหว่างปั้นให้นำผ้าขาวบางชุบน้ำหมาดๆ มาคลุมไว้ก่อน
4.ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่แป้งที่ปั้นไว้ลงไป เมื่อแป้งสุกจะลอยขึ้น ใช้ทัพพีที่มีรูตักออกมาจากหม้อ แล้วนำไปคลุกกับมะพร้าวขูดที่นึ่งเตรียมไว้ในขั้นตอนที่สอง จากนั้นจึงบีบแป้งให้แบน ใส่ไส้ถั่วลงไป พับครึ่ง กดปลายทั้งสองข้างให้สนิท แล้วนำไปคลุกกับมะพร้าวขูดและถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุก (ส่วนที่เตรียมไว้สำหรับคลุก)
5.จัดใส่จาน โรยหน้าด้วยงาขาวคั่วและน้ำตาล พร้อมเสริฟเป็นของว่างได้ทันที

วิธีทำขนมวุ้นมะพร้าวอ่อน (Kanom Woon ma-pro)


ส่วนผสม วุ้น มะพร้าวอ่อน
• หัวกะทิ 200 กรัม
• วุ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเปล่า 500 กรัม
• น้ำตาลทราย 150 กรัม
• เนื้อ มะพร้าวอ่อน 50 กรัม
• น้ำ มะพร้าวอ่อน 200 กรัม

วิธีทำ ขนม วุ้น มะพร้าวอ่อน
1.นำหัวกะทิใส่หม้อและนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ ใส่เกลือลงไป คนให้ละลาย ปิดไฟทันที (อย่าให้กะทิแตกมัน)
2.ตั้งกระทะทองเหลือง (หรือใช้กระทะเทฟลอนแทนก็ได้) บนไฟร้อนปานกลาง ใส่น้ำเปล่าและวุ้นผง ลงไป รอจนเดือดใส่น้ำตาลทรายลงไป คนจนละลายจึงลดไฟลง
3.นำเนื้อมะพร้าวและน้ำมะพร้าวไปปั่นให้เข้ากัน แล้วใส่ลงในส่วนผสมวุ้น (ในข้อ 2) ใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวอีก สักพัก จึงใส่กะทิที่เตรียมไว้ในข้อหนึ่งลงไป คนให้เข้ากันเสร็จึงปิดไฟ (หมายเหตุ : น้ำมะพร้าวอ่อนต้องหวาน เพราะเมื่อนำไปผสมทำวุ้นแล้วจะทำให้รสชาตเเปรี้ยวเหมือนวุ้นเสีย ถ้าไม่มีน้ำมะพร้าวอ่อนหวานให้ใช้น้ำลอยดอกไม้แทน)
4.เทส่วนผสมวุ้นลงในแบบหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้หายร้อน จึงนำเข้าไปแช่ในตู้เย็น
5.เคาะวุ้นออกจากแบบ จัดใส่จาน เสริฟเป็นของว่างในวันสบายๆ

วิธีทำขนมข้าวเหนียวเปียกลำใย (Sweet Sticky Rice with Longan)


ส่วนผสม Sweet stickyrice with Longan
• ข้าวเหนียว 150 กรัม
• ลำใย 150 กรัม
• น้ำเปล่า 1 ลิตร
• น้ำตาลทราย 200 กรัม
• ข้าวโพดนึ่งสุกแกะเป็นเม็ด 50 กรัม
• หัวกะทิ 100 กรัม
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
• แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ ขนมข้าวเหนียวเปียกลำใย
1.นำข้าวเหนียวไปซาวในน้ำสะอาด จากนั้นนำไปสะเด็ดน้ำให้แห้ง
2.ปอกเปลือกลำใย คว้านเอาเม็ดออก ทำความสะอาดและล้างด้วยน้ำเปล่า จากนั้นนำไปสะเด็ดน้ำให้แห้ง
3.ตั้งน้ำในหม้อด้วยไฟร้อนปานกลาง รอจนน้ำเดือดจึงใส่ข้าวเหนียวลงไป คนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวติดกันเป็นก้อน เมื่อข้าวเหนียวเริ่มสุก จึงใส่น้ำตาลทรายลงไปรอจนเดือดอีกครั้งและน้ำตาลทราย ละลายหมด ใส่ลำใยและข้าวโพดลงไป คนส่วนผสมทุกอย่าให้เข้ากัน ปิดไฟ
4.ทำน้ำราดกะทิ โดยใส่น้ำกะทิ, แป้งข้าวเจ้าและเกลือลงในหม้อเล็ก ตั้งบนไฟอ่อนๆ จนเข้ากันดี ปิดไฟและพักไว้
5.ตักข้าวเหนียวเปียกลำใยใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ พร้อมเสริฟรับประทานได้ทันที

วิธีทำขนมสาคูเปียกมะพร้าวอ่อน (Kanom Sakoo ma-prao)


ส่วนผสม สาคูเปียก มะพร้าวอ่อน
• สาคู 200 กรัม
• น้ำตาลทราย 250 กรัม
• เนื้อ มะพร้าวอ่อน หั่นเป็นชิ้น 100 กรัม
• น้ำเปล่า 900 กรัม
หัวกะทิ 100 กรัม 
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
• แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ ขนมสาคูเปียก มะพร้าวอ่อน
1.นำน้ำเปล่าใส่ลงในหม้อและตั้งบนไฟร้อนปานกลาง ขณะรอน้ำเดือดนำสาคูไปล้างในน้ำเปล่าอย่างรวดเร็ว
2.เมื่อน้ำเดือด จึงใส่สาคูลงในหม้อ คนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เม็ดสาคูเกาะตัวกัน ต้มจนเกือบสุก โดยเม็ดสาคูจะมีลักษณะใส จะเหลือจุดขาวๆ ภายในเม็ดสาคู
3.ใส่น้ำตาลทรายลงไปในหม้อ คนจนน้ำตาลละลายจึงใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้งจึงปิดไฟ
4.ทำน้ำราดกะทิ โดยใส่น้ำกะทิ, แป้งข้าวเจ้าและเกลือลงในหม้อเล็ก ตั้งบนไฟอ่อนๆ จนเข้ากันดี ปิดไฟและพักไว้
5.ตักสาคูมะพร้าวอ่อนใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ พร้อมเสริฟรับประทานได้ทันที

วิธีทำขนมกลีบลำดวน (Kanom Kleeb Lum Duan)


ส่วนผสม
• แป้งสาลี 100 กรัม
• น้ำมันพืช 50 กรัม (หรือเนยขาว)
• น้ำตาลไอซิ่ง 80 กรัม
• สีผสมอาหาร (แล้วแต่ชอบ)
• เทียนอบ

วิธีทำ ขนมกลีบลำดวน
1.ผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลเข้าด้วยกัน นำไปร่อน 2 ครั้ง เสร็จแล้วใส่น้ำมันพืช (หรือเนยขาว) ลงไปผสม นวดจนส่วนผสมทั้งสามเข้ากันดี
2.ปั้นแป้งเป็นลูกกลมๆ ขนาดเท่าๆ กัน ใช้มีดคมๆ แบ่งแป้งเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน
3.จับวางเป็น 3 กลีบ ส่วนอีก 1 กลีบที่เหลือให้ปั้นเป็นลูกกลมๆ วางตรงกลางกลีบทั้งสามเป็นเกสร ก็จะได้รูปทรงดอกไม้ ทำเช่นนี้จนแป้งหมด เรียงไว้ในถาด
4.นำแป้งไปอบที่อุณหภูมิประมาณ 300 องศาฟาเรนไฮต์ประมาณ 10 - 15 นาทีหรือจนสุก จะได้ขนมที่มีลักษณะผิวนวล กรอบ นำไปอบควันเทียนให้หอม ก็พร้อมรับประทานได้ทันที

หมายเหตุ : ถ้าต้องการกลีบหรือเกสรที่ต่างสีกัน ก็ให้แยกส่วนผสมแป้งในขั้นตอนที่หนึ่ง แล้วผสมสีตาม ที่ชอบขณะใส่น้ำมันพืชลงไปนวด ควรใช้สีโทนอ่อนจะน่ารับประทานมากกว่าสีเข้ม

วิธีทำขนมข้าวตู มะพร้าวอ่อน (Kamon Kao Too)


ส่วนผสม ข้าวตู มะพร้าวอ่อน
• ข้าวสุกตากแห้ง 250 กรัม
• น้ำตาลมะพร้าว 250 กรัม
• น้ำกะทิ 50 กรัม
• มะพร้าวขูดฝอย 300 กรัม
• เนื้อ มะพร้าวอ่อน 120 กรัม
• น้ำ มะพร้าวอ่อน 200 กรัม
• เทียนอบ

วิธีทำ ขนม ข้าวตู มะพร้าวอ่อน
1.นำข้าวสุกไปตากให้แห้ง ถ้าตากแล้วไม่แห้งดี สามารถนำไปอบได้ เมื่อแห้งดีแล้ว นำไปคั่วทีละน้อย โดยใช้ไฟอ่อนๆ เสร็จแล้วนำไปโม่บดให้ละเอียด
2.ตั้งกระทะทองเหลือง (หรือใช้กระทะเทฟลอนแทนก็ได้) บนไฟอ่อนๆ ใส่กะทิ น้ำตาลมะพร้าว มะพร้าวขูดฝอย น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวลงไปเคี่ยวจนกระทั่งส่วนผสมข้นเหนียว
3.ใส่ผงข้าวคั่วลงไปในกระทะและกวนต่อจนเหนียวพอปั้นได้ ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้หายร้อน
4.อัดส่วนผสมใส่แบบที่เตรียมไว้ จากนั้นนำไปอบควันเทียนให้หอม เสริฟรับประทานได้ทันที หรือเก็บ ใส่ภาชนะมิดชิดเก็บไว้รับประทานภายหลังได้

วิธีทำข้าวเหนียวมูน (Thai stickyrice with coconut milk)


ส่วนผสม
• ข้าวเหนียว 350 กรัม
• กะทิ 1 กระป๋อง
• น้ำตาลทราย ¾ ถ้วย
• เกลือ 1¼   ช้อนชา
• แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
• ใบเตย 4-5 ใบ

วิธีทำ ข้าวเหนียวมูน
1.นำข้าวเหนียวมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้
2.เปิดเตาที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง ตั้งหม้อนึ่ง ใส่น้ำลงไป เมื่อน้ำเดือดให้สะเด็ดน้ำข้าวเหนียวขึ้นมา ห่อผ้าขาวบาง ตัดใบเตยวางลงไปประมาณ 2 ใบแล้วนำไปนึ่ง
3.นึ่งไปประมาณ 30 นาที หรือจนข้าวเหนียวสุก (สังเกตว่าเม็ดข้าวเหนียวจะใสขึ้น)
4.นำกะทิมาแบ่งไว้ ¾ ถ้วย สำหรับกะทิส่วนที่เหลือเอาไปใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำตาลและเกลือ 1 ช้อนชาลงไป นำไปตั้งบนไฟอ่อน
5.มัดใบเตยลงไปในหม้อ 2 ใบ คนเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลาย อย่าให้กะทิเป็นก้อน รอจนกะทิเดือดก็ปิดเตาและยกลงได้
6.ตักข้าวเหนียวที่สุกแล้วใส่ในอ่างผสม เทกะทิร้อนๆ ใส่ลงไป คนเร็วๆ ให้ทั่วแล้วปิดฝาให้ข้าวเหนียวระอุ ประมาณ 15 นาที
7.นำกะทิ ¾ ถ้วยที่แบ่งไว้มาผสมกับแป้งข้าวเจ้าและเกลือ ¼ ช้อนชา นำไปตั้งไฟ คนเรื่อยๆ จนกะทิข้น พอกะทิเดือดก็ปิดเตาได้ เตรียมไว้เป็นกะทิสำหรับราดหน้า
8.ตักข้าวเหนียวใส่จาน ราดด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ เสิร์ฟพร้อมมะม่วงสุกได้เลย

วิธีทำขนมรังผึ้ง (Thai Waffle)


ส่วนผสม
• แป้งข้าวเจ้า 4 ถ้วยตวง
• แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
• ถั่วเหลืองต้มบดละเอียด 4 ถ้วยตวง
• ไข่ไก่ (ใช้เฉพาะไข่ขาว) 4 ฟอง
• หัวกะทิ 6 ถ้วยตวง
• น้ำตาลปี๊บ 3/4 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
• เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ ขนมรังผึ้ง
1.นำแป้งไปผสมกับ น้ำตาลทราย เกลือ และถั่วต้มบด คนจนส่วนผสมเข้ากันดี
2.นำไข่ขาวไปตีจนขึ้นฟู จากนั้นจึงนำไปเทผสมกับแป้งที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่ง คนจนส่วนผสม ทั้งหมดเข้ากันทั่ว
3.ทาน้ำมันบางๆ ทั่วแบบพิมพ์ ตักส่วนผสมแป้งเทลงในแบบ พอท่วมให้รีบปิดฝาบนทันที กลับพิมพ์ไปมาทั้งสองด้านให้ถูกความร้อนจนสุกเหลืองทั่ว จึงเคาะออกจากแบบ
4.เสริฟทันทีขณะร้อนๆ หรือ เสริฟทานพร้อมกับไอศครีม (หรือทานกับแยมผลไม้ด้วยก็ได้)

วิธีทำขนมลอดช่อง (Kanom Lod Chong)


ส่วนผสม ตัวลอดช่อง
• แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
• แป้งเท้ายายม่อม 30 กรัม
• แป้งซ่าหริ่ม 20 กรัม
• น้ำปูนใส 450 กรัม
• น้ำใบเตย 250 กรัม
• น้ำแข็ง

ส่วนผสม น้ำกะทิ
• น้ำกะทิ 250 กรัม
• น้ำตาลปึก 150 กรัม
• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
• เทียนอบ

เพิ่มเติม
• เผือกนึ่ง ข้าวเหนียวดำ ขนุน อื่นๆ

วิธีทำ ขนมลอดช่อง
1.ทำตัวลอดช่องโดยผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม แป้งซ่าหริ่ม เข้าด้วยกัน หลังจากนั้นค่อยๆ ใส่น้ำ ปูนใสทีละน้อย ขณะเดียวกันก็นวดแป้งให้เข้ากันจนเนียนและเหนียว และค่อยๆ ใส่น้ำปูนใสจนหมด แล้วจึงใส่น้ำ ใบเตย แล้วนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง กวนจนแป้งเนียวและข้นจึงลดไฟลง กวนต่อจนแป้งสุก (แป้งจะมี ลักษณะข้นเหนียว) จึงปิดไฟ
2.เตรียมน้ำเย็นโดย นำน้ำแข็งไปละลายในน้ำจนน้ำเย็นจัด จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ในขั้นตอน ที่หนึ่งไปใส่ลงในพิมพ์ลอดช่อง ค่อยๆ กดให้เป็นเส้นหย่อนลงไปในน้ำเย็นที่เตรียมไว้
3.ทำน้ำกะทิโดยนำน้ำตาลปึกผสมกับน้ำกะทิและเกลือป่น นำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆ คนจนน้ำตาลละลายดี จึงปิดไฟ และนำไปอบควันเทียนให้หอม
4.ตักเส้นลอดช่องใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ และน้ำแข็งทุบ สามารถใส่เครื่องเพิ่มเติมได้ตามต้องการ (เผือกนึ่ง ข้าวเหนียวดำ อื่น) เสริฟได้ทันที

วิธีทำขนมเต้าส่วน (Kanom Tao-Suan)


ส่วนผสม
• แป้งมัน 50 กรัม
• ถั่วเขียวเลาะเปลือก 250 กรัม
• น้ำเปล่า 900 กรัม
• หัวกะทิ 200 กรัม
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
• แป้งเข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ ขนมเต้าส่วน
1.นำถั่วเขียวเลาะเปลือก ล้างทำความสะอาด จากนั้นจึงนำไปแช่ในน้ำร้อนประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปใส่ผ้าขาวบางและนำไปนึ่งจนสุก
2.ระหว่างรอถั่วเขียวนึ่ง เตรียมทำน้ำกะทิราดหน้าโดยนำหัวกะทิไปผสมกับเกลือและนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ คนสักพักจึงใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปกวนจนแป้งสุกจึงปิดไฟ และพักไว้
3.นำน้ำเปล่าไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง จากนั้นจึงใส่น้ำตาลทรายลงไปคนจนละลายดี เสร็จแล้วใส่แป้งมัน ลงไปคนต่อจนแป้งสุกใส ใส่ถั่วเขียวนึ่งที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่งลงไป คนจนกระจายทั่ว จึงปิดไฟ
4.ตักเต้าส่วนใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่สอง) พร้อมเสริฟได้ทันทีทั้งร้อนและเย็น

วิธีทำขนมบ้าบิ่น (Kanom Ba-Bin)


ส่วนผสม
• หัวกะทิ 120 กรัม
• มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 100 กรัม
• แป้งมัน 40 กรัม
• แป้งข้าวเหนียว 80 กรัม
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 1 ฟอง
• ไข่ไก่ (ทั้งไข่ขาวและไข่แดง) 2 ฟอง

วิธีทำ ขนมบ้าบิ่น
1.นำมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยไปผสมกับ แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลทราย ผสมให้เข้ากัน
2.จากนั้นใส่ไข่ไก่ทั้งฟองและกะทิ คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี
3.ตักส่วนผสมเทใส่ถาด (หรือแบบที่เตรียมไว้) ควรทาน้ำมันบางๆ ที่ถาดเพื่อไม่ให้ขนมติดเมื่ออบเสร็จ จากนั้นจึงนำไปอบด้วยอุณหภูมิ ประมาณ 280 - 300 องศาเซลเซียสประมาณ 25 นาทีหรือจนสุกทั่ว
4.เมื่อขนมสุกแล้วนำออกมาแล้วทาด้วยไข่แดงที่หน้าขนม จากนั้นนำไปอบต่ออีกสักพัก จะได้ขนมที่มีหน้า เป็นสีน้ำตาล
5.เมื่ออบรอบสองแล้ว นำออกมาทิ้งไว้ให้เย็น ตัดเป็นชิ้นๆ เสริฟรับประทานได้ทันที

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วิธีทำขนมทองม้วน (Kanom Tong Muan)


ส่วนผสม ขนมทองม้วน
• แป้งสาลี 850 กรัม
• น้ำตาลทราย 600 กรัม
• ไข่เป็ด 5 ฟอง
• มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
• แป้งหอมผสมอาหาร 1/2 ช้อนชา
• งาขาว

 วิธีทำ ขนมทองม้วน
1.นำมะพร้าวไปคั้นให้ได้น้ำกะทิ จากนั้นจึงนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง เคี่ยวจนกะทิแตกมัน
2.ผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลทราย แล้วจึงนำน้ำกะทิที่ได้จากขั้นตอนที่หนึ่งมาผสม คนจนแป้งละลายดี
3.ตอกไข่ใส่ลงไป ตีจนขึ้นฟอง จึงใส่แป้งหอมผสมอาหารและงาขาว คนจนผสมกันทั่ว พักทิ้งไว้
4.ทาน้ำมันบนกระทะแบน รอจนร้อนจึงหยอดแป้งที่เตรียมไว้ลงไป รอให้สุกจึงกลับหน้าให้เหลืองทั้งสองด้าน ขณะที่ขนมยังร้อน พับม้วนตามต้องการ จึงนำออกจากเตา
5.เสริฟรับประทานได้ทันที หรือเก็บในภาชนะมิดชิดเพื่อไว้รับประทานภายหลัง

วิธีทำขนมโตเกียว (Kanom Tokyo)


ส่วนผสม ทำตัวแป้ง
• ไข่ไก่ 4 ฟอง
• แป้งสาลี 2 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
• น้ำ 3/4 ถ้วยตวง
• โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ไส้ขนมโตเกียว
• ไข่ไก่ 4 ฟอง
• แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ
• นมข้น 1 กระป๋อง
• กลิ่นวานิลา 1 ช้อนโต๊ะ
• เนย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำ 3/4 ถ้วยตวง
• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
• ไส้กรอก (แล้วแต่ความชอบ)
• แยมผลไม้ (แล้วแต่ความชอบ)

วิธีทำ ขนมโตเกียว
1.ทำตัวแป้งโดยผสมน้ำเปล่ากับโซดาไบคาร์บอเนต จากนั้นจึงใส่ไข่ไก่และน้ำตาลทรายลงไป ตีพอให้น้ำตาลละลาย (ไม่ต้องตีจนฟู) จากนั้นจึงใส่แป้งสาลีลงไป คนจนแป้งละลายดีและส่วนผสมเข้ากัน เสร็จแล้วพักทิ้งไว้
2.ทำไส้ขนมโดยนำนมข้นผสมกับแป้งข้าวโพดและเติมน้ำเปล่าลงไป จากนั้นนำไปตั้งบนไฟอ่อน กวนจนแป้งสุกจึงใส่ไข่ลงไป กวนจนเข้ากัน จึงใส่กลิ่นวานิลา เกลือ และเนย คนจนส่วนผสมเข้ากันดีจึงปิดไฟ และทิ้งไว้ให้เย็น
3.วิธีทำขนม : ตักส่วนผสมตัวแป้งและละเลงบนกระทะแบน พอแป้งสุกจึงตักไส้ขนมใส่บนตัวแป้ง (กรณีต้องการทำไส้ไส้กรอก ก็นำไส้กรอกลงไปวางบนตัวแป้ง หรือต้องการทำไส้แยมก็ทาแยมผลไม้ลงไปบนตัวแป้ง) ม้วนปิดไส้ แซะออกจากกระทะ จัดใส่จานเสริฟได้ทันที

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วิธีทำขนมถังแตก (Pancake with Coconut)


ส่วนผสม ทำตัวแป้ง
• แป้งสาลี 500 กรัม
แป้งข้าวเจ้า 1500 กรัม
กะทิ 3 ถ้วยตวง
• น้ำ 6 ถ้วยตวง
ยีสต์ 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 800 กรัม (1)
• น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา (2)
• เกลือป่น

ส่วนผสม ไส้ขนม
• งาดำคั่วพอสุก 3 ช้อนโต๊ะ
• มะพร้าวแก่ขูดเป็นเส้นๆ 2 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย

วิธีทำ Pancake with Coconut
1.ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1 : 800 กรัม) และเกลือป่นเล็กน้อย จากนั้นใส่กะทิและน้ำ คนให้เข้ากัน
2. ผสมยีสต์กับน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2 : 2 ช้อนชา) ในน้ำอุ่นเล็กน้อย คนให้เข้ากันดี จากนั้นจึงปิดฝาภาชนะที่ใช้ผสม นำไป ตากแดดประมาณ 8-10 นาที จึงนำไปผสมกับส่วนผสมแป้งในขั้นตอนที่หนึ่ง คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง พอเริ่มมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวและมีฟองเป็นอันใช้ได้
3. ทาน้ำมันที่กระทะ ตั้งไฟจนร้อนจัดแล้วลดไฟลง ตักแป้ง (ประมาณ 1/2 ถ้วยตวง) ใส่กระทะเหล็ก พอแป้งเริ่มสุก จึงโรยน้ำตาลทราย (ตามความหวานที่ชอบ) งา และมะพร้าวขูด แซะพับครึ่งแล้วตักขึ้นใส่จานเสริฟ

วิธีทำขนมเทียน (Kanom Thien)


ส่วนประกอบ

สำหรับแป้งที่ห่อ
• แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม
• น้ำตาลปีบ 200 กรัม (ถ้าทำขนมไส้หวาน ไม่ต้องใส่น้ำตาล)
• น้ำมันพืช สำหรับทาใบตอง

ส่วนผสมไส้เค็ม
• หมูสับ 100 กรัม
• ถั่วเขียวเลาะเปลือก 200 กรัม
• หอมแดงซอย 1/2 ถ้วย
• รากผักชี 2 ราก
• พริกไทยป่น 1/2 ช้อน
• กุ้งแห้งป่น 1 ช้อน ( ไม่ใส่ก็ได้ )
• น้ำมันพืช
• ซอสปรุงรส
• น้ำตาลทราย
• ซีอิ้วขาว

วิธีทำ ไส้เค็ม
1. ล้างถั่วเขียวแล้วแช่ทิ้งไว้ 3 ชม. นำไปนึ่งให้สุก แล้วนำมาบดหยาบๆ
2. ซอยหอมแดงแล้วนำไปเจียวในน้ำมันให้เหลือ พักไว้ก่อน
3. โขลกรากผักชีให้แหลก ใส่พริกไทยป่นเอาหมูสับลงไปคลุก แล้วนำกระทะ
ตั้งไฟ ใส่น้ำมันพอประมาณ เอาหมูลงผัดให้สุกตามด้วย ข้อ 1 ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย ตามด้วยกุ้งแห้งป่น ชิมรสให้พอดี

ส่วนผสมไส้หวาน
• มะพร้าวทึนทึก ขูด 1 ถ้วย
• งาขาว หรือ งาดำ 1/4 ถ้วย
• น้ำตาลปี้บ 100 กรัม
• น้ำตาลทราย 100 กรัม

วิธีทำ ไส้หวาน
1. ตั้งกะทะ ผัดมะพร้าว จนเหลือง
2. เติมน้ำตาลปี้บ และน้ำตาลทราย พอส่วนผสมเข้ากัน (สังเกตุโดย มะพร้าวสามารถปั้นเป็นก้อนได้ )
3. เติมงา แล้วผัดต่อ สักครู่ แล้วปิดไฟ พักไว้ให้เย็น

วิธีทำ ขนมเทียน
1.ละลายน้ำตาลกับน้ำ ยกขึ่นตั้งไฟ เคี่ยวให้หอม ( แป้งขนมไส้หวาน เติมเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ไม่ต้องใส่น้ำตาล )
2.เอาแป้งทั้งสองอย่างผสมกันในชา เทน้ำตาลที่ละลายแล้วลงไป นวดจนทุกอย่างเข้ากันดี ( สามารถ เติมน้ำได้ ถ้าแป้ง ยังไม่จับกันดี )
3.ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมก่อนแล้วแผ่แป้งออกบางๆ ตักไส้ใส่หุ้มแป้งให้มิด
4.เอาน้ำมันทาใบตองเล็กน้อยค่ะ แล้วห่อขนมได้เลย
5.เสร็จแล้วเอาไปนึ่งให้สุกประมาณ 45 นาที

วิธีทำขนมชั้น (Kanom Chan)


ส่วนผสม
• แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
• แป้งท้าวยายม่อม 2 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 5 ถ้วยตวง
• น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วยตวง
• กะทิ 6 ถ้วยตวง
• น้ำดอกอัญชัญ 2 ช้อนโต๊ะ  (หรือน้ำใบเตยคั้นสด หรือใช้สีผสมอาหารตามแต่สีที่ต้องการ)

วิธีทำขนมชั้น
1.ล้างดอกอัญชันให้สะอาด นำไปปั่นใส่น้ำแล้วกรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อเตรียมน้ำดอกอัญชัญ กรณีต้องการทำสีเขียวจากใบเตย ก็ล้างใบเตยไปให้สะอาดและนำไปปั่นใส่น้ำและกรองด้วยผ้าขาวบาง กรณีต้องการสีอื่น อาจใช้สีผสมอาหารแทน
2.นำน้ำลอยดอกมะลิไปตั้งบนไฟอ่อนๆ ผสมน้ำตาลทรายลงไป คนจนละลายดีเสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น
3.นำแป้งทั้งสองชนิด ผสมกับกะทิ นวดให้เหนียว จากนั้นใส่น้ำลอยดอกมะลิที่ผสมน้ำตาลแล้ว (ขั้นตอนที่ 2) ลงไปผสมให้เข้ากัน
4.แบ่งแป้งที่ผสมแล้วออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกแบ่งไว้ทำสีขาว และส่วนที่สอง ไว้ทำสีม่วงโดยเติมน้ำดอกอัญชัน (น้ำใบเตยหรือสีผสมอาหาร) ลงไปคนให้เข้ากัน
5.นำถาดที่ต้องการ (หรือแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้) ใส่บนลังถึงตั้งบนไฟแรงๆ พอน้ำเดือดเปิดฝา ตักแป้งสีขาวเทใส่ลงในถาดเกลี่ยให้ทั่วถาดบางที่สุด ปิดฝาเพื่อให้สุกประมาณ 5 นาที เปิดดูแป้งจะมีลักษณะใส จากนั้นตักแป้งสีม่วง (หรือสีที่ผสมลงไป) ใส่ลงไป อีก ทำสลับกันจนแป้งหมด (เคล็ดลับ : ควรใช้ภาชนะที่มีความจุเท่ากันในการตวงแป้งเทแต่ละชั้น เพื่อที่จะได้แป้งที่มีความหนาเท่าๆ กัน)
6.นึ่งจนขนมสุกทั้งหมด แล้วยกลงทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมงจึงตัดเป็นชิ้นเพื่อเสริฟ

เคล็ดลับ : ก่อนที่จะเทแป้งเพื่อทำชั้นต่อไปทุกครั้ง จะต้องแน่ใจว่าขนมในชั้นล่างนั้นสุกแล้วจริงๆ ไม่เช่นนั้น แป้งชั้นนั้นจะไม่สุกเลย ถึงแม้จะใช้เวลานึ่งนานเท่าใดก็ตาม